กิจกรรมที่ 4 ฝึกปฏิบัติ
“การวางแผนพัฒนาหลักสูตรในศตวรรษที่ 21” ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามสาขาวิชาเอก หรือตามความสนใจ
โดยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดที่ได้จากการศึกษาเรียนรู้เรื่อง “สี่เสา หลักการศึกษา” คุณลักษณะของมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 -3 R’s x 7 C’s
และ “การศึกษามาตรฐานสากล”
หลักสูตรที่จะนำมาวางแผน คือ หลักสูตรสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น เรื่อง
การทำเกษตรอินทรีย์
โดยดำเนินการตามแนวทางการวางแผนหลักสูตร 10 ข้อ ของ ฮาร์เด็น (Harden.1986) ดังนี้
1. ความต้องการจำเป็นของหลักสูตร
หรือโปรแกรมการศึกษาที่จะต้องได้รับการตอบสนอง
ความต้องการจำเป็นในการจัดทำหลักสูตรสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
เรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์
เกิดจากเหตุผล 3 ประการ ดังนี้
1) ความต้องการจำเป็นตามเป้าหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ที่กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้
เกี่ยวกับท้องถิ่นของตนเอง
2) จากการสำรวจ ผลปรากฏว่า
ประชาชนในท้องถิ่นต้องการให้มีการเรียนการสอนที่จะนำวัสดุเหลือใช้มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจพอเพียง
3) สัมภาษณ์บุคคล “ภูมิปัญญาท้องถิ่น”
2.
ผลการเรียนรู้ของผู้เรียนที่คาดว่าจะให้เกิดขึ้น
1. นักเรียนสามารถทำหัวเชื้อ (E.M.) ได้
2. นักเรียนอธิบายการนำมูลสัตว์มาใช้เป็นส่วนผสมให้ถูกต้องตามความต้องการของพืช
3. นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำสูตรปุ๋ยต่าง ๆ และ สามารถปรับรูปแบบส่วนผสมปุ๋ย
ชีวภาพให้เข้ากับวัสดุที่หาได้
4. นักเรียนเรียนรู้ถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นวิถีชีวิตและเทคโนโลยีแบบเก่า/ ใหม่ผสมผสานให้ตรงกับวิถีชีวิต
ของท้องถิ่น
5. นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตสำนึกต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
1. นักเรียนสามารถทำหัวเชื้อ (E.M.) ได้
2. นักเรียนอธิบายการนำมูลสัตว์มาใช้เป็นส่วนผสมให้ถูกต้องตามความต้องการของพืช
3. นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำสูตรปุ๋ยต่าง ๆ และ สามารถปรับรูปแบบส่วนผสมปุ๋ย
ชีวภาพให้เข้ากับวัสดุที่หาได้
4. นักเรียนเรียนรู้ถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นวิถีชีวิตและเทคโนโลยีแบบเก่า/ ใหม่ผสมผสานให้ตรงกับวิถีชีวิต
ของท้องถิ่น
5. นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตสำนึกต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
3. ขอบข่ายเนื้อหาสาระของหลักสูตร
การเรียนรู้ในบริบทท้องถิ่นกับมาตรฐานการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ที่สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์
มีเนื้อหาที่ใช้ในการศึกษาเป็นเนื้อหาสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ซึ่งเป็นเนื้อหาในสาระ คือ
มาตรฐานช่วงชั้น
สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจ
มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะ มีคุณธรรม มีจิตสำนึก ในการใช้พลังงาน ทรัพยากร
และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เพื่อการดำรงชีวิตและครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับงานบ้าน
งานเกษตร งานช่าง งานประดิษฐ์ และงานธุรกิจ
มาตรฐาน ง 1.2 มีทักษะ
กระบวนการทำงานและการจัดการ การทำงานเป็นกลุ่ม
การแสวงหา
ความรู้ สามารถแก้ปัญหาในการทำงาน รักการทำงาน และมีเจตคติที่ดีต่อการทำงาน
สาระที่ 2 การอาชีพ
สาระที่ 2 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 2.1 เข้าใจ มีทักษะ
มีประสบการณ์ ในงานอาชีพสุจริต มีคุณธรรม มีเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ
และเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพสุจริต
สาระที่ 3 การออกแบบและเทคโนโลยี
มาตรฐาน ง 3.1 เข้าใจธรรมชาติและกระบวนการเทคโนโลยี
ใช้ความรู้ ภูมิปัญญา จินตนาการ และความคิดอย่างมีระบบในการออกแบบ
สร้างสิ่งของเครื่องใช้ วิธีการเชิงกลยุทธ์ตามกระบวนการเทคโนโลยี
สามารถตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม
โลกของงานและอาชีพ
4.
การจัดระเบียบระบบเนื้อหาสาระของหลักสูตร
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักสูตรท้องถิ่น
เรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์ ได้กำหนดแนวทางการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ดังนี้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ดังนี้
1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามความต้องการของผู้เรียน
2. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ขั้นตอน วิธีการปฏิบัติและลงมือปฏิบัติจริง
3. เชิญวิทยากรจากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เหมาะสมกับเนื้อหาที่สอน โดยในภาคปฏิบัติให้วิทยากรในท้องถิ่นเป็นผู้จัดกิจกรรมการการเรียนรู้ ในภาคทฤษฎีให้ครูผู้สอนเป็นผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้
4. จัดสถานที่ให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในผลงาน
5. จัดการเรียนรู้โดยเน้นกระบวนการกลุ่ม ซึ่งเป็นพื้นฐานในการอยู่ร่วมกัน
6. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เช่น ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบในการทำงาน
7. จัดกิจกรรมให้นักเรียนสรุปการเรียนรู้และผลการปฏิบัติ มีปัญหา อุปสรรคอย่างไร เพื่อนำมาปรับปรุงโครงสร้างเนื้อหาต่อไป
8. จัดกิจกรรมแสดงผลงานของนักเรียน เพื่อให้เกิดความภูมิใจและปรับปรุงผลงานของตนเองให้ดีขึ้น
2. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ขั้นตอน วิธีการปฏิบัติและลงมือปฏิบัติจริง
3. เชิญวิทยากรจากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เหมาะสมกับเนื้อหาที่สอน โดยในภาคปฏิบัติให้วิทยากรในท้องถิ่นเป็นผู้จัดกิจกรรมการการเรียนรู้ ในภาคทฤษฎีให้ครูผู้สอนเป็นผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้
4. จัดสถานที่ให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในผลงาน
5. จัดการเรียนรู้โดยเน้นกระบวนการกลุ่ม ซึ่งเป็นพื้นฐานในการอยู่ร่วมกัน
6. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เช่น ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบในการทำงาน
7. จัดกิจกรรมให้นักเรียนสรุปการเรียนรู้และผลการปฏิบัติ มีปัญหา อุปสรรคอย่างไร เพื่อนำมาปรับปรุงโครงสร้างเนื้อหาต่อไป
8. จัดกิจกรรมแสดงผลงานของนักเรียน เพื่อให้เกิดความภูมิใจและปรับปรุงผลงานของตนเองให้ดีขึ้น
5.
กลยุทธ์การศึกษาที่นำมาใช้ในการสอน
กลยุทธ์ที่นำมาใช้ในการสอน คือการเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้การเรียนการสอนบรรลุตามวัตถุประสงค์ มีหลายลักษณะ ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออื่นๆ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณค่า เช่น ใบความรู้ วัสดุ อุปกรณ์ การทำหัวเชื้อ E.M. แบบทดสอบและแบบประเมิน เป็นต้น โดยเน้นการฝึกปฏิบัติจริง
กลยุทธ์ที่นำมาใช้ในการสอน คือการเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้การเรียนการสอนบรรลุตามวัตถุประสงค์ มีหลายลักษณะ ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออื่นๆ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณค่า เช่น ใบความรู้ วัสดุ อุปกรณ์ การทำหัวเชื้อ E.M. แบบทดสอบและแบบประเมิน เป็นต้น โดยเน้นการฝึกปฏิบัติจริง
6. วิธีสอนที่นำมาใช้ในการสอนทั้งกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย
รวมถึงเทคโนโลยี การเรียนรู้ใหม่ๆ
จัดการเรียนรู้ ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยนำกระบวนการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มาเชื่อมโยงในการจัดการเรียนการสอน ในลักษณะผู้สอนคนเดียว โดยเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่างๆ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กับหัวข้อเรื่องที่สอดคล้องกับสาระที่กำหนด จัดกิจกรรมการเรียนโดยแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มโดยให้แต่ละกลุ่ม มีนักเรียนชายและหญิง มีเด็กเก่งและเด็กอ่อน เพื่อให้เด็กเกิดความรักและความสามัคคี มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้นักเรียนอ่านใบความรู้ มีการฝึกปฏิบัติจริง โดยมีผู้รู้ในท้องถิ่นมาเป็นวิทยากร และศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากการสอบถามผู้ปกครอง หนังสือในห้องสมุด และค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ต
จัดการเรียนรู้ ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยนำกระบวนการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มาเชื่อมโยงในการจัดการเรียนการสอน ในลักษณะผู้สอนคนเดียว โดยเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่างๆ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กับหัวข้อเรื่องที่สอดคล้องกับสาระที่กำหนด จัดกิจกรรมการเรียนโดยแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มโดยให้แต่ละกลุ่ม มีนักเรียนชายและหญิง มีเด็กเก่งและเด็กอ่อน เพื่อให้เด็กเกิดความรักและความสามัคคี มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้นักเรียนอ่านใบความรู้ มีการฝึกปฏิบัติจริง โดยมีผู้รู้ในท้องถิ่นมาเป็นวิทยากร และศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากการสอบถามผู้ปกครอง หนังสือในห้องสมุด และค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ต
7. การประเมินความก้าวหน้าในการเรียนรู้และการสอน
การวัดประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้พัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพราะจะช่วยให้เห็นพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ดังนี้
การวัดประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้พัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพราะจะช่วยให้เห็นพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ดังนี้
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักสูตรท้องถิ่น
เรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์ กำหนด
การวัดและประเมินผล
ดังนี้
1.
มีการวัดและประเมินผลในขณะดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
โดยการจัดการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่เป็นภาคทฤษฎีจะวัดผลและประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบ
และบันทึกคุณลักษณะในการทำงาน ส่วนภาคปฏิบัติจะวัดผลและประเมินผลโดยบันทึกทักษะในการปฏิบัติงา
และบันทึกคุณลักษณะในการทำงานของนักเรียน ถ้านักเรียนไม่สามารถบรรลุตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่กำหนดไว้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ครูผู้สอนต้องจัดกิจกรรมสอนเสริมให้นักเรียน
2. การวัดและประเมินผลเมื่อสิ้นสุดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกหน่วยการเรียนรู้
โดยการใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
หรือผู้สอนมีความประสงค์จะสร้างแบบวัดอื่นๆ ขึ้นมาใช้ ก็สามารถทำได้ โดยอาศัยเนื้อหาตามที่กำหนดในหลักสูตร
8. การสื่อสารในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
รวมถึงผู้เรียน มีการกำหนดคำชี้แจงในการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ดังนี้
กิจกรรมการเรียนการสอน
กิจกรรมครั้งที่ 1 (เวลา 1 ชั่งโมง)
ขั้นนำ
ครูผู้สอนพูดคุยกับนักเรียนเกี่ยวกับ เรื่อง วิธีการการทำเกษตรอินทรีย์ในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ขั้นนำ
ครูผู้สอนพูดคุยกับนักเรียนเกี่ยวกับ เรื่อง วิธีการการทำเกษตรอินทรีย์ในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ขั้นสอน
1. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 4 – 5 คน โดยให้นักเรียนแบ่งตามความสมัครใจ
1. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 4 – 5 คน โดยให้นักเรียนแบ่งตามความสมัครใจ
2. ครูผู้สอนแจกใบความรู้เกี่ยวกับการทำหัวเชื้ออีเอ็ม
(E.M.)ให้แต่ละกลุ่มศึกษา ประมาณ 30 นาที
ขั้นสรุป
3. แต่ละกลุ่มร่วมอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องที่ได้ศึกษาจากใบความรู้
3. แต่ละกลุ่มร่วมอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องที่ได้ศึกษาจากใบความรู้
กิจกรรมครั้งที่ 2
(เวลา 2 ชั่วโมง)
ขั้นนำ
ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายทบทวนเกี่ยวกับเรื่องการทำหัวเชื้ออีเอ็ม
ที่ได้เรียนมาแล้ว
ขั้นสอน
1.
ครูนำเสนอวัสดุอุปกรณ์พร้อมทั้งอธิบายชื่อและวิธีการทำหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.) ได้แก่
- กากน้ำตาล
เป็นแหล่งอาหารสำหรับให้เชื้อจุลลินทรีย์
- สับประรด น้ำมะพร้าว
เป็นตัวกำเนิดเชื้อจุลลินทรีย์
- กระป๋องหรือถังพลาสติกพร้อมฝาปิดเอาไว้ใส่ส่วนผสม
2.
นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอโดยการรายงานหน้าชั้นเรียน
ขั้นสรุป
นักเรียนและครูร่วมอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)
กิจกรรมครั้งที่
3 (เวลา 2 ชั่วโมง)
ขั้นนำ
และนักเรียนร่วมกันอภิปรายทบทวนเกี่ยวกับเรื่องการทำหัวเชื้ออีเอ็ม
ที่ได้เรียนมาแล้ว
ขั้นสอน
ขั้นสอน
1.
ครูสาธิตการผสมส่วนต่าง ๆ เพื่อทำหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)
2.
ให้นักเรียนลงมือทำ (E.M.) ใส่ไว้ในถังพลาสติกปิดฝาเก็บไว้ในที่ร่ม
ขั้นสรุป
ครูผู้สอนให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปผลการทำ (E.M.)
กิจกรรมครั้งที่ 4 (เวลา
1 ชั่วโมง)
นักเรียนฝึกภาคปฏิบัติโดยการติดตามผลงานที่ได้ทำ
กิจกรรมครั้งที่ 5 (เวลา
1 ชั่วโมง)
นักเรียนฝึกภาคปฏิบัติโดยการติดตามผลงานที่ได้ทำ
กิจกรรมครั้งที่ 7 (เวลา
1 ชั่วโมง)
นักเรียนฝึกภาคปฏิบัติโดยการติดตามผลงานที่ได้ทำ
กิจกรรมครั้งที่ 8 (เวลา
1 ชั่วโมง)
นักเรียนแสดงผลงานจากการฝึกภาคปฏิบัติ
กิจกรรมครั้งที่ 9 (เวลา 1 ชั่วโมง)
กิจกรรมครั้งที่ 9 (เวลา 1 ชั่วโมง)
นักเรียนทำแบบทดสอบและแบบประเมิน
9. บริบทของการศึกษา
หลักสูตรสาระท้องถิ่น
เรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์ เป็นหลักสูตรที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม
เขต 2 ได้จัดทำขึ้น
เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน
เฉพาะโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ ตำบลคลองจินดาเท่านั้น
สำหรับโรงเรียนที่อยู่ในอำเภออื่นๆ
จะต้องสร้างและพัฒนาหลักสูตรสาระท้องถิ่นเป็นของตนเอง ขึ้นมาใหม่
โดยอาจนำตัวอย่างของหลักสูตรนี้ไปเป็นแนวทางในการดำเนินงาน
10. การบริหารจัดการหลักสูตร
ได้ดำเนินการนำหลักสูตรสาระท้องถิ่น
เรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์ ลงสู่การปฏิบัติในทุกโรงเรียนของตำบลคลองจินดา ดังนี้
|
วัน เดือน ปี
|
ระยะเวลา
|
แผนการจัดการเรียนรู้ที่/เรื่อง
|
จำนวน
(ชั่วโมง)
|
|
(หมายเหตุ)
วัน
เดือน ปี
และระยะเวลา
โรงเรียนเป็นผู้
กำหนดเอง
|
กิจกรรมครั้งที่ 1
|
1
|
|
|
กิจกรรมครั้งที่ 2
|
2
|
||
|
กิจกรรมครั้งที่ 3
|
2
|
||
|
กิจกรรมครั้งที่ 4
|
1
|
||
|
กิจกรรมครั้งที่ 5
|
1
|
||
|
กิจกรรมครั้งที่ 6
|
1
|
||
|
กิจกรรมครั้งที่ 7
|
1
|
||
|
กิจกรรมครั้งที่ 8
|
1
|
||
|
กิจกรรมครั้งที่ 9
|
1
|
||
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น